นโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัท เคดับบลิวไอ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) มุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และการให้บริการทางด้านการเงินที่มีคุณภาพสูงที่สุด เพื่อส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่นระหว่างบริษัท ลูกค้า พนักงาน และตัวแทนของเราทุกคน พันธสัญญาดังกล่าวนี้ได้รวมถึง การปกป้องคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่อยู่ในความดูแลของเรา บริษัทฯ จึงได้จัดทำหลักการด้านข้อมูลส่วนบุคคลนี้ขึ้นเพื่อใช้ควบคุมวิธีการในการเก็บรวบรวม การใช้งาน การเก็บรักษา และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเรา โดยในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและพนักงาน เราจะปฏิบัติตามหลักการดังต่อไปนี้

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ได้ระบุรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ว่าเป็นเรื่องบริษัทฯ มีการดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร รวมไปถึงรายละเอียดในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอน หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านว่าบริษัทฯ ดำเนินการอย่างไร เมื่อใด และด้วยเหตุใด รวมทั้งมีข้อมูลและขั้นตอนอะไรบ้างที่บริษัทฯ นำมาใช้เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านยังคงเป็นความลับและปลอดภัย และบริษัทฯ เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานเพียงใด และท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้อย่างไร รวมทั้งสิทธิต่างๆ ที่ท่านมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”)

บริษัทฯ จึงขอให้ท่านศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เพื่อท่านจะได้ทราบและเข้าใจสิทธิต่างๆ ที่ท่านมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้หรือมีอยู่กับบริษัทฯ อนึ่ง นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ไม่ว่าจะในเวลาใดก็ตาม ดังนั้น ท่านควรกลับเข้ามาอ่านนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม หากนโยบายฉบับนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบทันที

1.บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านประเภทใดบ้าง

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมายถึง ข้อมูลใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับท่าน ที่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม และไม่ว่าจากข้อมูลดังกล่าวเพียงอย่างเดียวหรือโดยรวมกับข้อมูลที่ระบุตัวตนอื่นที่บริษัทฯ มีอยู่หรือบริษัทฯ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตามความเหมาะสม ยกเว้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจะขึ้นอยู่กับ ขอบเขตการให้บริการและ/หรือประเภทของผลิตภัณฑ์ที่ท่านสนใจหรือที่บริษัทฯ เป็นผู้จัดหาให้กับท่าน

บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมหรือถือครองข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ท่านเลือกใช้หรือความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทฯ

  • รายละเอียดเกี่ยวกับตัวท่าน เช่น ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด การศึกษา อาชีพ สถานภาพสมรส และสัญชาติ
  • รายละเอียดสำหรับการติดต่อ เช่น ที่อยู่ อีเมล์ โทรศัพท์และบัญชีโซเชียลมีเดีย
  • รายละเอียดเกี่ยวกับการระบุและยืนยันตัวตน เช่นหมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขใบขับขี่ ภาพถ่าย ภาพจากกล้องวงจรปิด
  • รายละเอียดทางการเงิน เช่น ประวัติการจ่ายเงินของท่าน หมายเลขบัตรเครดิต รายละเอียดบัญชีธนาคาร
  • ผลการตรวจสอบของบริษัทฯ ในรายละเอียดเกี่ยวกับท่านในเรื่องเครดิต ความน่าเชื่อถือ หรือประวัติทางการเงิน
  • รายละเอียดเกี่ยวกับการเรียกร้องสินไหมทดแทน ในกรณีที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลการจ้างงานและเงินเดือน
  • ชื่อและที่อยู่ของผู้อยู่ในอุปการะหรือผู้รับผลประโยชน์ของท่าน
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการที่ท่านได้ใช้เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ ของบริษัทฯ รวมทั้ง IP Address และข้อมูลอุปกรณ์
  • ประวัติและผลการสมัครเอาประกัน
  • สถานะการเป็นบุคคลที่มีข้อจำกัดในการทำธุรกรรมตามกฎหมาย เช่น กฎหมายล้มละลาย กฎหมายว่าด้วยการฟอกเงิน กฎหมายป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนการเงินแก่การก่อการร้าย กฎหมายภาษีอากร การเป็นสมาชิกองค์กร วิชาชีพ หรือสมาคมการค้า
  • ข้อมูลอื่น ๆ ที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทฯ

นอกจากนี้แล้ว บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมและถือครองข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (sensitive data) ของท่าน เช่น

  • ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลทางการแพทย์หรือการรักษาพยาบาล
  • เชื้อชาติ หรือเผ่าพันธุ์
  • รสนิยมหรือวิถีทางเพศ
  • การเป็นสมาชิกองค์กรทางการเมือง
  • ประวัติอาชญากรรมและการดำเนินคดี
  • ความเชื่อทางศาสนาหรือปรัชญา
  • ข้อมูลเกี่ยวกับพันธุกรรม และ
  • ข้อมูลอัตลักษณ์ทางชีวภาพ (biometric)

หากท่านไม่ให้หรือไม่สามารถให้ข้อมูลส่วนบุคคลบางประการ หรือไม่ให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็น เพื่อให้บริษัทฯ สร้างความสัมพันธ์กับท่าน หรือให้บริการและ/ หรือจัดหาสินค้าแก่ท่าน บริษัทฯ อาจไม่สามารถติดต่อกับท่าน หรือเข้าทำสัญญากับท่าน หรือปฏิบัติภาระหน้าที่ของบริษัทฯ ตามสัญญาที่ทำกับท่านไว้ได้ ในบางกรณีที่บริษัทฯ มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลบางประการ และท่านไม่ให้หรือไม่สามารถให้ข้อมูลส่วนบุคคลบางประการใด ๆ บริษัทฯ อาจต้องรับผิดสำหรับการไม่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

2. บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลของส่วนบุคคลของท่านเพื่ออะไร และอย่างไร

บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมาย ยุติธรรมและจำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์เจาะจง อีกทั้ง ได้กำหนดเหตุผลที่ถูกต้องตามกฎหมายบางประการ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ นำมาประมวลผล

บริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะกรณีที่กฎหมายได้กำหนดหรืออนุญาตไว้ (การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือ legal compliance) เพื่อการให้บริการ/สินค้าต่างๆ ที่ระบุไว้ในสัญญา (สัญญา หรือ contracts) เพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายและสุขภาพ (ประโยชน์สำคัญต่อชีวิต หรือ vital interest) ในกรณีที่เป็นประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ (legitimate interest) หรือในกรณีที่บริษัทฯ ได้รับอนุญาตจากท่าน (ความยินยอม หรือ consent)

ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องนี้และเหตุผลที่บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังนี้

2.1 การปฏิบัติตามกฎหมาย

บริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัทฯ เช่น กฎหมายประกันภัย กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายภาษี กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

รวมถึงการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของท่านต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (‘สำนักงานคปภ.’) เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลและส่งเสริมธุรกิจประกันภัยตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานคปภ. ซึ่งท่านสามารถตรวจดูได้ที่เว็บไซต์ www.oic.or.th

2.2 สัญญา

บริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างท่านและบริษัทฯ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

  • จัดหาสินค้าและบริการต่างๆ ให้กับท่าน และเพื่อบริหาร ดำเนินการ ดำรงรักษา จัดการและใช้บริการและสินค้าต่างๆ ดังกล่าว รวมทั้งแต่ไม่จำกัดเพียง ผลิตภัณฑ์ด้านประกันภัย ด้านการเงินหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของบริษัทฯ
  • ดำเนินการ ประเมิน และพิจารณารับประกันหรือคำร้องขอใดๆ ของท่านเกี่ยวกับ บริการ หรือสินค้าต่างๆ ของบริษัทฯ ที่ออก หรือจัดทำสัญญาประกันภัยและรักษาบัญชีของท่านไว้กับบริษัทฯ
  • ดำเนินขั้นตอนและดำเนินการตามคำสั่งให้มีการชำระเงิน
  • กำหนดจำนวนหนี้ที่ท่านค้างชำระหรือที่ต้องชำระให้แก่ท่าน เรียกเก็บเงินหรือทวงถามยอดเงินใดๆ ที่ท่านหรือบุคคลใดๆ ซึ่งเป็นผู้ให้หลักประกันหรือคำมั่นในการเข้ารับภาระหนี้สินที่ต้องชำระของท่าน และ
  • ใช้สิทธิใดๆ ที่บริษัทฯ อาจมีเกี่ยวกับสินค้าและ/หรือบริการที่บริษัทฯ จัดให้กับท่าน และ
  • เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่างๆ ที่ท่านมี หรือการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเอากับท่าน หรือโดยประการอื่นที่เกี่ยวข้องกับท่านในส่วนของสินค้าและ/หรือบริการใดๆ ที่บริษัทฯ ได้จัดให้กับท่าน รวมทั้งแต่ไม่จำกัดถึง การเรียกร้อง ปกป้อง วิเคราะห์ ตรวจสอบ ประมวลผล ประเมิน กำหนด เจรจา แก้ไข หรือยุติการเรียกร้องดังกล่าว

2.3 ประโยชน์ที่สำคัญต่อชีวิต (vital interest)

บริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยยึดหลักประโยชน์ที่สำคัญต่อชีวิตเพื่อป้องกันหรือหลีกเลี่ยงอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

2.4 ประโยชน์อันชอบธรรม (legitimate interest)

บริษัทฯ อาจมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ด้วยหลักประโยชน์อันชอบธรรมที่บริษัทฯ หรือบุคคลภายนอกยึดถือ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาประโยชน์ สิทธิและเสรีภาพของท่านแล้ว บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้หลักประโยชน์อันชอบธรรมดังนี้

  • ปฏิบัติตามภาระหน้าที่ นโยบายหรือขั้นตอนการให้ข้อมูลภายในของ เคดับบลิวไอ และ/หรือการใช้ข้อมูลโดยเป็นไปตามโครงการของเคดับบลิวไอ เพื่อปฏิบัติตามมาตรการบังคับต่าง ๆ หรือเพื่อป้องกันหรือตรวจจับการฟอกเงิน การให้การสนับสนุนทางการเงินเพื่อการก่อการร้าย การฉ้อโกง หรืออาชญากรรมอื่นๆ รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่ผิดกฎหมาย
  • เพื่อบรรลุข้อผูกพันทางสัญญา หรือข้อผูกพันอื่นๆ ไม่ว่าจะในปัจจุบันหรือในอนาคตที่มีอยู่กับหน่วยงานด้านกฎหมาย หน่วยงานการกำกับดูแล หน่วยงานรัฐบาล ภาษี การบังคับใช้กฎหมายหรือหน่วยงานอื่นๆ และองค์กรกำกับดูแลตนเองหรือองค์กรอุตสาหกรรม เช่น สภาหรือสมาคมบริษัทประกันภัยในประเทศไทยหรือเขตอำนาจอื่นๆ
  • บรรลุภาระหน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูลตามที่กำหนดโดยกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อพึงปฏิบัติ (code of conduct) หรือแนวทาง (guidelines) ต่างๆ (ที่ใช้บังคับไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศไทย) ที่มีผลผูกพันบริษัทฯ หรือ บริษัทย่อย บริษัทโฮลดิ้ง บริษัทร่วมหรือบริษัทในเครือ หรือ บริษัทต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเคดับบลิวไอ หรือภายใต้การควบคุมร่วมกับเคดับบลิวไอ บริษัทคู่ค้า รวมทั้งแต่ไม่จำกัดถึง การเปิดเผยต่อหน่วยงานด้านกฎหมาย หน่วยงานการกำกับดูแล หน่วยงานรัฐบาล หน่วยงานภาษี หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหรือหน่วยงานอื่นๆ และองค์กรกำกับดูแลตนเองหรือองค์กรอุตสาหกรรม เช่น สภาหรือสมาคมบริษัทประกันภัยในประเทศไทยหรือเขตอำนาจอื่นๆ
  • เพื่อการบริหารจัดการงานภายใน การจัดทำรายงานข้อมูลภายใน การจัดทำบัญชี การตรวจสอบทางบัญชี การบริหารจัดการข้อร้องเรียน
  • จัดทำและดำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือและโมเดลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง
  • ความปลอดภัยและความต่อเนื่องทางธุรกิจ และ
  • เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเรียกร้องต่างๆ ที่ท่านมี หรือสิทธิเรียกร้องเอากับท่าน หรือโดยประการอื่นที่เกี่ยวข้องกับท่านในส่วนของสินค้าและ/หรือบริการใดๆ ที่บริษัทฯ ได้จัดให้กับท่าน รวมทั้งแต่ไม่จำกัดถึง การเรียกร้อง ปกป้อง วิเคราะห์ ตรวจสอบ ประมวลผล ประเมิน กำหนด เจรจา แก้ไข หรือยุติสิทธิเรียกร้องดังกล่าว

2.5 ความยินยอม

นอกเหนือจากฐานทางกฎหมายต่างๆ ข้างต้น บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ความยินยอมของท่าน ทั้งนี้บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่าน เฉพาะกรณีที่บริษัทฯ ไม่มีฐานทางกฎหมายอื่นใดให้บริษัทฯ สามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่กิจกรรมการประมวลผลของบริษัทฯ อาจมีผลกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (sensitive personal data) ของท่าน ซึ่งหากบริษัทฯ จำเป็นต้องขอความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะระบุอย่างชัดเจนว่าต้องการข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อให้ท่านยืนยันการตัดสินใจในการให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ไม่สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการให้กับท่านได้ เนื่องจากท่านไม่ยินยอมให้บริษัทฯ ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทฯ จะชี้แจงให้ท่านทราบอย่างชัดเจนในเวลาที่บริษัทฯ ขอความยินยอมจากท่าน

บริษัทฯ อาจขอความยินยอมจากท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • การออกแบบผลิตภัณฑ์การประกันภัยและผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ สำหรับลูกค้า รวมถึงการวิเคราะห์ ปรับปรุง บริการและผลิตภัณฑ์
  • การทบทวนความคุ้มครองของกรมธรรม์ที่ท่านมีอยู่และวิเคราะห์ความต้องการ (ไม่ว่าจะกระทำเป็นประจำหรือไม่ก็ตาม)
  • ดำเนินการ ดำรงไว้ และให้บริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำขอใช้บริการและ/หรือ ผลิตภัณฑ์
  • ตรวจสอบความถูกต้องและตรวจสอบคุณสมบัติ ความน่าเชื่อถือ ตรวจร่างกาย ตรวจสุขภาพ ความมั่นคง การรับประกันภัย (underwriting) และ/หรือตรวจสอบตัวตนเพื่อการให้บริการหรือผลิตภัณฑ์
  • จัดหาสินค้าและบริการต่างๆ ให้กับท่าน และเพื่อบริหาร ดำเนินการ ดำรงรักษา จัดการและใช้บริการและสินค้าต่างๆ ดังกล่าว รวมทั้งแต่ไม่จำกัดเพียง ผลิตภัณฑ์ด้านประกันภัย ด้านการเงินหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของบริษัทฯ ในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของท่าน
  • ระบุและให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการ ผลิตภัณฑ์ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่านหรือที่ท่านอาจสนใจ
  • วิเคราะห์ข้อมูล วิจัยและข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ (feedback) การตอบรับเพื่อการพัฒนา สร้าง และดำเนินโมเดลธุรกิจของบริษัทฯ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบต่าง ๆ ที่จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถให้บริการในมาตรฐานที่สูงขึ้น หรือเพิ่มผลประโยชน์ให้แก่ท่าน
  • เพื่อการบริหารจัดการงานภายใน การจัดทำรายงานข้อมูลภายใน การจัดทำบัญชี การตรวจสอบทางบัญชี การบริหารจัดการข้อร้องเรียนหรือการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของท่าน และ
  • เสนอขายบริการและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หรือข้อเสนอให้กับท่าน

2.6 ผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ

ในบางกรณีตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทฯ ไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ และคนไร้ความสามารถโดยปราศจากความยินยอมของผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลได้ ดังนั้น หากท่านเป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ ท่านต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลแล้ว (ในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) ทั้งนี้ หากบริษัทฯทราบว่ามีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง หรือเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคนไร้ความสามารถและคนเสมือนไร้ความสามารถโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาลโดยไม่ได้เจตนา บรืษัทฯ จะลบข้อมูลดังกล่าวทันทีหรือประมวลผลเฉพาะในกรณีที่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นนอกเหนือจากความยินยอมได้

3. การแจ้งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ท่านทราบ

บริษัทฯ จะแจ้งวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ ในการประมวลผลข้อมูลให้ท่านทราบเสมอ ไม่ว่าจะก่อนหรือ ณ เวลาที่ทำการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อย่างไรก็ตาม ในบางสถานการณ์ที่กำหนดไว้ใน พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ท่าน เช่น

  • เมื่อท่านรับทราบวัตถุประสงค์ใหม่หรือรายละเอียดการประมวลผลข้อมูลของบริษัทฯ อยู่ก่อนแล้ว
  • บริษัทฯ เชื่อว่าการแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ดังกล่าว หรือรายละเอียดของการประมวลผลข้อมูลของบริษัทฯ ไม่สามารถกระทำได้หรือจะเป็นการขัดขวางการใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งบริษัทฯ มีการใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อปกป้องสิทธิ เสรีภาพและผลประโยชน์ของท่าน
  • การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นเป็นกรณีเร่งด่วนตามที่กฎหมายกำหนด และบริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของท่าน หรือ
  • บริษัทฯ รับทราบหรือได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการปฏิบัติหน้าที่ อาชีพ หรือวิชาชีพของบริษัทฯ และบริษัทฯ ได้ และได้ใช้ข้อมูลภายใต้วัตถุประสงค์ดังกล่าว ด้วยการรักษาความลับตามที่กฎหมายกำหนด

4. บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยวิธีต่างๆ ที่แตกต่างกันไป เช่น การเขียน ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือเอกสาร ทางโทรศัพท์ อีเมล์ ด้วยตนเอง และผ่านทางอินเทอร์เน็ต เช่น ผ่านเว็บไซต์ คุกกี้ แบบฟอร์มออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย

บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากท่านโดยตรง ตัวอย่างเช่น ท่านมีการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทฯ เมื่อท่านกรอกแบบฟอร์มใบสมัคร เอกสารคำขอเอาประกัน คำร้องคำขอใช้บริการของบริษัทฯ เมื่อมีการติดต่อกับบริษัทฯ ทางโทรศัพท์ เมื่อท่านส่งจดหมาย หรือใช้เว็บไซต์ของบริษัทฯ

บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทางอ้อมจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะและ/หรือจากบุคคลอื่นรวมถึง:

  • ที่ปรึกษาคนกลางหรือที่ปรึกษาวิชาชีพของท่าน
  • บริษัทประกันภัยรายอื่น ผู้รับประกันภัยต่อหรือบริษัทคู่ค้าที่เป็นผู้จัดจำหน่าย
  • สถานพยาบาล ผู้ให้บริการและบริษัทคู่ค้าของบริษัทฯ
  • องค์กรต่างๆ ที่บริษัทฯ มีข้อตกลงในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ร่วมกัน
  • บริษัทที่เกี่ยวข้อง
  • บุคคลภายนอกซึ่งได้แจ้งให้ท่านทราบในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลว่าข้อมูลของท่านจะถูกส่งถึงบริษัทฯ
  • รัฐบาล หน่วยงานด้านกฎหมาย หรือหน่วยงานการกำกับดูแล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
  • บุคคลภายนอกอื่นๆ และ
  • ตัวแทน นายหน้า ของบริษัทฯ หรือบุคคลใดๆ ก็ตามที่ท่านได้อนุญาตหรือมอบหมายให้มีการติดต่อทำธุรกรรมกับบริษัทฯ

ในกรณีที่ท่านมีการให้ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับบุคคลอื่นแก่บริษัทฯ ท่านตกลงจะดำเนินการดังต่อไปนี้

  • แจ้งให้บุคคลดังกล่าวทราบว่าท่านกำลังเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวให้บริษัทฯ ทราบ
  • ขอรับความยินยอมในการให้ข้อมูลจากบุคคลดังกล่าว
  • แจ้งให้บุคคลดังกล่าวเข้าไปยังนโยบายความเป็นส่วนตัวของเคดับบลิวไอ และ
  • ให้บุคคลดังกล่าวทราบรายละเอียดเนื้อหาของนโยบายความเป็นส่วนตัว

5. บริษัทฯ มีการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

โดยทั่วไปแล้วนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้จะมีผลใช้กับบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่มเคดับบลิวไอ รวมทั้ง หน่วยธุรกิจ แผนกต่างๆ บุคลากร และบุคคลภายนอกที่มีการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อตกลงทางสัญญากับบริษัทฯ และ/หรือบริษัทในเครือของเคดับบลิวไอ

บริษัทฯ อาจมีการโอน หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อนุญาตให้มีการเข้าถึงหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลและเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ตามความจำเป็นที่ต้องทราบข้อมูล (need to know basis)

  1. บริษัทในกลุ่มหรือบริษัทคู่ค้า
    •    บริษัทในกลุ่มเคดับบลิวไอ เพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ของบริษัทฯ แก่ท่าน
    •    บริษัทคู่ค้าของเคดับบลิวไอ ที่บริษัทฯ มีข้อตกลงร่วมกัน ตลอดจนบริษัทในเครือของคู่ค้าดังกล่าว
    •    บุคคลหรือบริษัทใด ๆ ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการประกันภัยและ/หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยต่อที่เคดับบลิวไอ มีการว่าจ้างเพื่อการประกอบธุรกิจของเคดับบลิวไอ
  2. ตัวแทนหรือผู้รับจ้าง
    •    บุคคลหรือ บริษัทใดๆ ที่ทำหน้าที่ในนามเคดับบลิวไอ หรือร่วมกับเคดับบลิวไอ เพื่อดำเนินวัตถุประสงค์ใดๆ หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงที่ต้องได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
    •    ตัวแทน ผู้รับจ้างหรือผู้ให้บริการด้านการจัดการ การให้ข้อมูลทางการเงิน (credit reference) การทวงถามหนี้ การสื่อสารโทรคมนาคม คอมพิวเตอร์ การชำระเงิน การพิมพ์ การไถ่ถอน การจัดส่งเอกสาร หรือบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของเคดับบลิวไอ
  3. ผู้ประกอบวิชาชีพ
    •    แพทย์, โรงพยาบาล, คลินิก, ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์, ห้องปฏิบัติการ, ช่าง, ผู้เจรจาตกลงความเสียหาย (loss adjustor), ผู้ให้บริการด้านบริหารความเสี่ยง (risk intelligence providers) บริษัทตรวจสอบด้านสินไหม (claim investigation companies) ผู้บริหารจัดการด้านประกันภัย (administrators) หรือ ที่ปรึกษาวิชาชีพอื่นใด ๆ ที่เคดับบลิวไอ ว่าจ้างเพื่อให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
  4. อื่นๆ
    •    บุคคลหรือบริษัทใดๆ ก็ตามที่เคดับบลิวไอ มีภาระหน้าที่หรือต้องเปิดเผยข้อมูลภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย กฎ ข้อพึงปฏิบัติ (code of conduct) หรือแนวทางปฏิบัติ (ที่มีผลบังคับใช้ไม่ว่าในหรือนอกประเทศไทย) รวมถึง หน่วยงานด้านกฎหมาย หน่วยงานการกำกับดูแล หน่วยงานรัฐบาล ภาษี การบังคับใช้กฎหมาย หรือหน่วยงานอื่นๆ องค์กรกำกับดูแลตนเอง หรือองค์กรอุตสาหกรรม เช่น สภาหรือสมาคมบริษัทประกันภัยในประเทศไทยหรือเขตอำนาจอื่นๆ

6. การโอนข้อมูลออกนอกประเทศไทย

บริษัทฯ มีการติดต่อกับองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งและใช้ระบบสารสนเทศที่เชื่อมต่อกัน ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ที่กำหนดไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เนื่องจาก กฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่คล้ายคลึงกับของประเทศไทยไม่ได้มีอยู่ในทุกประเทศ ดังนั้น ในกรณีที่มาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลถือว่ามีไม่เพียงพอ บริษัทฯ จะมีการป้องกันที่เหมาะสมเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของท่าน หรือให้มีการโอนข้อมูลได้ต่อเมื่อเป็นไปตามข้อยกเว้นข้อใดข้อหนึ่งตามที่กำหนดไว้ใน พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อยกเว้นดังกล่าวประกอบด้วย

  • ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการโอนข้อมูลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย
  • เมื่อท่านได้รับทราบความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากขาดการตัดสินใจหรือการป้องกันที่เพียงพอและท่านได้ให้ความยินยอมอย่างชัดเจนในการโอนข้อมูล
  • ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการโอนข้อมูลเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่มีกับท่าน หรือการดำเนินมาตรการก่อนทำสัญญา (pre-contractual) ตามที่ท่านร้องขอ
  • ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการโอนข้อมูลเพื่อเข้าทำหรือปฏิบัติตามสัญญาระหว่าง เคดับบลิวไอ และบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน
  • ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการโอนข้อมูลเพื่อปกป้องท่านหรือบุคคลอื่นจากอันตรายถึงแก่ชีวิต ในกรณีที่ท่านไม่สามารถให้ความยินยอม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางสุขภาพ ร่างกายหรือกฎหมายก็ตาม และ
  • ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการโอนข้อมูลด้วยเหตุผลสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

7. สิทธิของท่าน

ท่านมีสิทธิต่างๆ ในข้อมูลส่วนบุคคลของ ซึ่ง ภายใต้พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิดังกล่าวประกอบด้วย

  1. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล
    ท่านมีสิทธิเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ เก็บไว้ และท่านยังสามารถขอให้บริษัทฯ เปิดเผยแหล่งที่มาที่บริษัทฯ ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งท่านไม่ได้ให้ความยินยอม
  2. สิทธิในการโอนย้ายข้อมูล
    ท่านมีสิทธิที่จะขอให้บริษัทฯ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคล/องค์กรอื่น หรือขอดูข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้โอนไปยังบุคคล/องค์กรอื่น เว้นแต่บริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของท่านด้วยเหตุทางเทคนิค
  3. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
    ท่านมีสิทธิที่จะคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่มีเหตุที่ทำให้ท่านไม่สามารถคัดค้านได้ เหตุดังกล่าวอาจรวมถึงเหตุผลตามกฎหมายหรือเมื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นไปเพื่อปฏิบัติตาม เพื่อการใช้สิทธิ หรือปกป้องสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ
  4. สิทธิในการขอลบข้อมูล
    ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ลบหรือทำลายข้อมูลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ในกรณีดังต่อไปนี้
    •    ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไปเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ได้มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
    •    ท่านได้ถอนความยินยอมของท่านในการรวบรวม การใช้หรือการเปิดเผยข้อมูล และบริษัทฯ ไม่มีเหตุผลทางกฎหมายอีกต่อไปที่จะรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    •    ท่านได้คัดค้านการรวบรวม การใช้ หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และบริษัทฯ ไม่มีเหตุผลทางกฎหมายที่จะปฏิเสธคำขอ และ/หรือ
    •    เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้มีรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยอย่างถูกต้องกฎหมายภายใต้พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  5. สิทธิในการจำกัดการประมวลผลข้อมูลของท่าน
    ท่านมีสิทธิที่จะขอให้บริษัทฯ จำกัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีดังต่อไปนี้
    •    ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเพื่อดูข้อมูลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ทำให้เข้าใจผิด
    •    ข้อมูลส่วนบุคคลควรต้องถูกลบ หรือทำลายเนื่องจากไม่เป็นไปตามกฎหมาย แต่ท่านขอให้เพียงแค่จำกัดการใช้
    •    ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ที่ได้มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยอีกต่อไป แต่ท่านมีความจำเป็นที่ต้องร้องขอให้มีการเก็บรักษาข้อมูลเพื่อใช้ในการกำหนดสิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย รวมทั้งการดำเนินการตามสิทธิเรียกร้อง การใช้ หรือปกป้องสิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย
    •    บริษัทฯ อยู่ในระหว่างรอการยืนยันความถูกต้องของหลักการในการปฏิเสธคำขอคัดค้านให้มีการเก็บรวบรวม การใช้ หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  6. สิทธิในการแก้ไขข้อมูล
    ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องเพื่อให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ทำให้เข้าใจผิด
  7. สิทธิในการยื่นเรื่องร้องเรียน
    ท่านมีสิทธิยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่บริษัทฯ ผู้ประมวลผลข้อมูล พนักงาน หรือผู้รับเหมาไม่ปฏิบัติตาม พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือประกาศอื่นๆ ภายใต้ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  8. สิทธิในการขอถอนความยินยอม
    ท่านสามารถขอเพิกถอนคำยินยอมของท่านได้ไม่ว่าจะในเวลาใดก็ตาม เว้นแต่บริษัทฯ จะมีฐานทางกฎหมายที่จะปฏิเสธคำขอของท่าน

หากท่านเปลี่ยนใจเกี่ยวกับวิธีที่ท่านประสงค์ให้บริษัทฯ มีหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถแจ้งให้บริษัทฯ ทราบได้ตลอดเวลา โดยทำตามขั้นตอนตามรายละเอียดที่ปรากฎภายใต้หัวข้อ “การใช้สิทธิของท่าน”

8. การใช้สิทธิของท่าน

ในการใช้สิทธิของท่านตามที่ระบุไว้ข้างต้น ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ตามรายละเอียดการติดต่อของบริษัทฯ ภายใต้หัวข้อ "ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้อย่างไร" ตามที่ปรากฎด้านล่างนี้ และหากท่านร้องขอ บริษัทฯ จะขอให้ท่านยืนยันตัวตนของท่าน (หากจำเป็น) และให้ข้อมูลที่จะช่วยให้บริษัทฯ เข้าใจคำขอของท่านดีขึ้น ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าจะสามารถตอบกลับตามคำขอของท่านได้ภายใน 30 วันหลังจากได้รับคำขอของท่าน

บริษัทฯ มีสิทธิทั้งปวงและดุลยพินิจแต่เพียงผู้เดียวในการตอบรับเพื่อดำเนินการตามคำขอหรือปฏิเสธคำขอของท่าน หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามสมควรเพื่อดำเนินการตามคำขอของท่านในกรณีที่ท่านยื่นคำขอมากกว่า 3 คำขอติดต่อกันภายในระยะเวลา 10 วันทำการ หรือในกรณีที่ท่านยื่นคำขอนั้นมากเกินไปอย่างที่เห็นได้ชัด หรือปราศจากเหตุอันควร อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านด้วยเหตุผลทางกฎหมาย ซึ่งบริษัทฯ จะแจ้งการปฏิเสธและเหตุผลในการปฏิเสธให้ท่านทราบ

หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการใช้สิทธิใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ตามรายละเอียดที่ปรากฎภายใต้หัวข้อ "ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้อย่างไร"

9. บริษัทฯ เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานเพียงใด

บริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้ระบุไว้ในส่วน ที่ 2เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตให้ บริษัทฯ เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้นานกว่านั้นได้ หรือตราบเท่าที่ท่านเป็นลูกค้าของบริษัทฯ และจัดเก็บไปอีกเป็นระยะเวลาสิบปีนับจากกรมธรรม์ หรือนับจากสัญญาประกันชีวิตสิ้นสุดลงหรือนานกว่านั้น หรือในกรณีที่ท่านเป็นผู้ที่มีความประสงค์ที่จะซื้อผลิตภัณฑ์หรือใช้บริการของบริษัทฯต่อไป เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเอาไว้เป็นระยะเวลา 3 ปีนับจากวันที่ท่านให้ข้อมูลในการติดต่อกับเรา หรือนานกว่านั้น ทั้งนี้ ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจะอยู่ภายใต้บังคับของนโยบายและระเบียบภายในของบริษัทฯ โดยหากมีความจำเป็นทางกฎหมายหรือตามที่จำเป็นเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุใน ส่วนที่ 2 ด้านบน อาจมีบางกรณีที่เราต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่าที่กำหนด (เช่นกรณีที่เกิดข้อพิพาทขึ้น)

บริษัทฯ จะลบ ทำลาย ทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุชื่อเจ้าของข้อมูลได้เป็นการถาวร หรือโดยประการอื่นเพื่อกำจัดข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือเมื่อบริษัทฯ ต้องปฏิบัติตามคำขอของท่านให้บริษัทฯ ทำการลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

หากท่านมีข้อสงสัยใดๆ ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ตามรายละเอียดที่อยู่ที่ปรากฏในภายใต้หัวข้อ "ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้อย่างไร"

10. การตลาดและสิทธิพิเศษ (Marketing and privilege)

บริษัทฯ อาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอันเป็นส่วนหนึ่งของการให้สินค้าและ/หรือบริการเพื่อระบุผลิตภัณฑ์หรือบริการที่อาจเป็นประโยชน์กับท่าน และ อาจมีการติดต่อท่านเป็นครั้งคราวเพื่อแจ้งผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่หรือที่มีอยู่ให้ท่านทราบ

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บริษัทที่เกี่ยวข้องหรือบริษัทคู่ค้าทราบเพื่อบริษัทดังกล่าวสามารถแจ้งผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ท่านทราบผ่านช่องทางการตลาดต่างๆ โดยการติดต่อทางอิเล็กทรอนิกส์ อีเมล์ โทรศัพท์ ข้อความและรูปแบบการสื่อสารอื่นๆ

ในส่วนของการตลาดแบบตรงเคดับบลิวไอ จะดำเนินการดังนี้:

  1. ใช้ชื่อ และ รายละเอียดที่อยู่ติดต่อของท่าน ข้อมูลบริการและข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ท่านใช้ และ รายละเอียดที่อยู่ติดต่อของท่าน ข้อมูลบริการและข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ท่านใช้ ประวัติทางการเงินของท่าน และข้อมูลทางประชากรศาสตร์ที่เคดับบลิวไอ มีอยู่ ในการทำการตลาดแบบตรง
  2. ทำการตลาดสำหรับบริการและผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ ของเคดับบลิวไอ บริษัทในกลุ่มเคดับบลิวไอ และ/หรือพันธมิตรของบริษัทฯ ดังนี้:
    •    บริการและผลิตภัณฑ์ด้านประกันภัย
    •    บริการและผลิตภัณฑ์ด้านการเงิน
    •    การขาย การขายต่อเนื่อง (cross selling) หรือการขายต่อยอด (upselling) บริการและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
    •    การให้รางวัลตอบแทน โครงการส่งเสริมการขาย โครงการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (loyalty program) หรือ โครงการสิทธิพิเศษของลูกค้า (privilege program) และบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และ
    •    การบริจาคเพื่อกิจกรรมด้านการกุศล และ/หรือด้านอื่น ๆ ที่ไม่แสวงหาผลกำไร
  3. เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่อธิบายไว้ใน 1) ข้างต้นแก่กลุ่มบริษัทในกลุ่มเคดับบลิวไอ และ/หรือพันธมิตรของบริษัทฯ เพื่อใช้ในการทำการตลาดทางตรงสำหรับบริการและผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ ที่อธิบายไว้ใน 2) ข้างต้น

หากท่านเปลี่ยนใจเกี่ยวกับวิธีการที่ท่านประสงค์จะให้บริษัทฯ ติดต่อท่าน หรือหากท่านไม่ประสงค์จะได้รับข้อมูลใดๆ ข้างต้นอีกต่อไป ท่านสามารถแจ้งให้บริษัทฯ ทราบได้ทุกเมื่อ โดยดำเนินการตามขั้นตอนตามรายละเอียดที่ปรากฎภายใต้หัวข้อ “การใช้สิทธิของท่าน”

11. ความมั่นใจในความปลอดภัย

ในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ปลอดภัย บริษัทฯ มีการใช้มาตรการต่างๆ ซึ่งรวมถึงเข้ารหัส (encryption) และการรักษาความปลอดภัยในรูปแบบอื่นๆ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้กำหนดให้บุคลากรของบริษัทฯ และบุคคลภายนอกที่ดำเนินการในนามของบริษัทฯ ปฏิบัติตามมาตรฐานข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงหน้าที่ในป้องกันการรั่วไหล่ของข้อมูล และในการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการประมวลผลข้อมูล

บริษัทฯ มีการรักษา และปรับขั้นตอนและมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทฯ ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้ได้ระดับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับความเสี่ยงนั้น ๆ และให้การรักษาความลับของข้อมูล ความสมบูรณ์ ความพร้อมใช้งาน และความยืดหยุ่นในการประมวลผลข้อมูลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการป้องกันการสูญหาย และการเก็บรวบรวม การเข้าถึง การใช้ การดัดแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะมีการนำมาตรการต่าง ๆ ในการรักษาความปลอดภัยของบริษัทฯ มาใช้กับการประมวลผลข้อมูลทุกประเภท ไม่ว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะเป็นทางอิเล็กทรอนิกส์หรือในรูปแบบเอกสาร

บริษัทฯ รับรองว่าข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ได้เก็บรวบรวมจะถูกเก็บไว้รักษาไว้อย่างมั่นคงและปลอดภัยภายใต้มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด หากท่านมีเหตุอันเชื่อได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกละเมิด หรือหากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ตามรายละเอียดที่อยู่ที่ปรากฏในภายใต้หัวข้อ "ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้อย่างไร”

12. ไฮเปอร์ลิงก์และคุกกี้ (Hyperlinks and cookies)

เว็บไซต์ของเคดับบลิวไอ อาจมีไฮเปอร์ลิงก์ หรือตัวเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก ซึ่งเคดับบลิวไอ ไม่สามารถควบคุมเนื้อหา ความถูกต้อง ความคิดเห็นที่แสดงออก และลิงค์ต่างๆ ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของบุคคลภายนอกดังกล่าว หรือวิธีที่เว็บไซต์ของบุคคลภายนอกดังกล่าวมีการจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร ดังนั้น ท่านควรเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบุคคลภายนอกเหล่านี้เพื่อศึกษารายละเอียดของนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ อาจใช้ 'คุกกี้' เพื่อปรับปรุงบริการอินเทอร์เน็ตของบริษัทฯ คุกกี้เป็นไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่จัดเก็บโดยอัตโนมัติบนเว็บเบราว์เซอร์ในคอมพิวเตอร์ของท่านซึ่งเว็บไซต์ของเคดับบลิวไอ สามารถเรียกดูได้ และคุกกี้ยังช่วยให้เว็บไซต์ของบริษัทฯ จดจำท่านและรายการที่ท่านชอบ หรือมักใช้ประจำเมื่อท่านเยี่ยมชมเว็บไซต์ อีกทั้งยังช่วยให้บริษัทฯ สามารถปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะกับความต้องการของท่าน

ข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้คือข้อมูลการตั้งค่าส่วนบุคคลแบบไม่ระบุตัวตน ดังนั้นจะไม่มีข้อมูลที่เป็นชื่อ ที่อยู่หรือข้อมูลใดๆ ที่ทำให้บุคคลใดๆ สามารถติดต่อท่านโดยทางโทรศัพท์ อีเมล์ หรือวิธีการอื่นๆ และไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไว้ในคุกกี้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถปิดการใช้งานคุกกี้ได้โดยเปลี่ยนการตั้งค่าเว็บเบราว์เซอร์ของท่าน แต่การปิดการใช้งานอาจส่งผลต่อท่านในการใช้งานเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์ของบริษัทฯ อาจทำให้ท่านทำธุรกรรมกับบริษัทฯ ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้ยากและบริษัทฯ อาจต้องใช้เวลาในการขอข้อมูลเพิ่มเติม

13. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ไม่ว่าจะในเวลาใดก็ตามที่บริษัทฯ เห็นสมควร โดยบริษัทฯ จะแจ้งการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือปรับปรุงใดๆ ให้ท่านทราบบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจะแจ้งให้ทราบ ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

14. ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้อย่างไร

หากท่านมีความคิดเห็น คำแนะนำ คำถาม ข้อร้องเรียนหรือต้องการใช้สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อได้ที่

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท เคดับบลิวไอ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
43 อาคารไทย ซีซี ทาวเวอร์ ชั้นที่ 33 ถนนสาทรใต้
แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
โทร: 020339000
Kwilife-dataprotection@kwiasia.com

เนื่องจากพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานและกิจการที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2563 ได้เลื่อนการมีผลใช้บังคับของ พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลออกไป ท่านจึงสามารถใช้สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป

ปรับปรุงเมื่อ 30 พฤษภาคม 2565
KWI Life ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี หากคุณยังคงใช้งานบนเว็บไซต์ เราถือว่าคุณยอมรับ ข้อกำหนดและเงื่อนไข ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่